ใครคุมก็แชม์ป ? เปิดข้อกังขา ยอดกุนซือ “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า”

55 views

ใครคุมก็แชม์ป

ใครคุมก็แชม์ป เปิดข้อกังขา ของยอดกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ถูกตราหน้าในความสำเร็จที่ได้มาเพราะดาวดังคับทีม

ใครคุมก็แชม์ป ? หากกล่าวถึงยอดกุนซือที่ถูกตั้งคำถาม ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา หนึ่งในรายชื่อที่เรานึกถึงคงหนีไม่พ้น กุนซือผู้มีนามว่า “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” (Pep Guardiola) กุนซือชาวสเปน ผู้นำความสำเร็จมากมาย มาสู่ยอดทีมอย่าง บาร์เซโลน่า, บาเยิร์น มิวนิก และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากผลงานทั้งหมดที่สร้างชื่อมาพร้อมกระแสโจมตีว่าเขา คือโค้ช ที่ประความสำเร็จกับทีมใหญ่ อีกทั้งยังมีผู้เล่นระดับคุณภาพมากมาย จนหลายคนข้องใจว่าเขาคือผู้จัดการทีมที่เกิดมาเพราะโชคช่วย และวันนี้ insight premier จะเปิดเรื่องราวพลิกโฉมที่คุณเข้าใจผิด เกี่ยวกับ“เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” ให้ได้ติดตามกัน

ทำความรู้จักบอลบอยสู่ยอดกุนซือ

เป๊ป ด้วยวัย เพียง 13 ปีเติบโตมากับฟุตบอลที่ศูนย์ฝึก ลา มาเซีย (ศูนย์ฝึกฟุตบอลเยาวชนของ บาร์เซโลนา) พร้อมปรัชญาฟุตบอลที่งที่เรียบง่ายภายใต้ร่มเงาของกุนซือยอดฝีมืออย่าง โยฮัน ครัฟฟ์ และนี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาหัดเรียนรู้วิถีฟุตบอล

เป๊ป ลงสนามเกมแรก ในตำแหน่ง “ปีกหลอก” false winger แน่นอนว่ากว่าแทบจะ 100% ในฟุตบอลยุคนั้น เด็กอายุ 13 ที่เริ่มเล่นฟุตบอลคงไม่เข้าใจว่าต้องเล่นตำแหน่งนี้อย่างไร แต่ไม่ใช่กับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คนนี้

เป๊ป เรียนรู้ ศาสตร์ฟุตบอลที่ล้ำสมัย ในขณะนั้น หากเทียบตำแหน่งที่เขาลงเล่นแล้ว นั่นก็คือ ตำแหน่งของ ดาบิด ซิลบา ที่เล่นให้กับ แมนฯ ซิตี้ ตำแหน่งนี้จะรับหน้าที่การรับผิดชอบแดนกลางไปพร้อมกับเชื่อมเกมริมเส้นฝั่งซ้าย ซึ่งความซับซ้อนเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะเข้าใจได้ง่ายๆ

“ในตอนนั้นผมขยับแค่ 2-3 ก้าวเพื่อควบคุมจังหวะเกมพร้อมเปลี่ยนรูปแบบการเล่นตามคำสั่ง ทอร์ต (โค้ช) และ เกมนั้น เราพลิกกลับมาชนะ 3-1 ผมได้บอลมากกว่าใครด้วยในช่วงครึ่งหลัง”

เป๊ป เขียนลงในอัตชีวประวัติของเขา “My People, My Football”

ในวัย 15 ปี เป๊ป ทำหน้าที่ บอลบอย ในสนามคัมพ์นู เกมรอบรองยูโรเปี้ยน คัพ นัด 2 ที่บาร์ซ่าพลิกนรกโกงความตาย พร้อมไต่เต้าจากระบบฟุตบอลเยาวชนใน เลอ มาเซีย เรื่อยมาจากเด็กเก็บบอลและนักเตะเยาวชน สู่บทบาทมิดฟิลด์กัปตันคนสำคัญของทีมชุดใหญ่ให้กับ บาร์เซโลน่า ภายใต้การทำทีมของ โยฮัน ครัฟฟ์ กุนซือชาวดัตช์ในวัยเพียง 20 ต้นๆ

ในช่วงปลายยุค 80 ถึงกลางยุค 90 เป๊ป ขณะที่ เป๊ป เป็นนักเตะอยู่นั่นเขามีโอกาสเรียนรู้ปรัชญาแนวคิดฟุตบอลจาก โยฮัน ครัฟฟ์ กุนซือดัตช์ เป๊ป แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำ ความมีระเบียบวินัย ความฉลาดในการเล่น ตลอดการใช้ชีวิต สิ่งเหล่านี้ได้บ่มเพาะดีเอ็นเอ การเป็นกุนซือ จน ครัฟฟ์ และผู้บริหารสโมสรผลักดันเขาให้ก้าวขึ้นมาทำทีมบาร์ซ่าชุดใหญ่

“เป๊ปไม่ได้มีแค่บุคลิกของผู้นำที่จะพาไปสู่ชัยชนะเท่านั้น แต่เขายังมีวิธีการที่จะพาทีมไปสู่ชัยชนะด้วย” ครัฟฟ์ กล่าว

เป๊ป เคยให้สัมภาษณ์ว่า ครัฟฟ์ คือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการอาชีพกุนซือของเขามากที่สุด สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นแนวความคิด ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยในแบบปรัชญาของ ครัฟฟ์ ซึ่ง เป๊ป พิสูจณ์ให้เห็นว่าเขาคือ กุนซือผู้เสพติด ความสมบูรณ์แบบ “Perfectionist”

สู่ข้อกังขา รับงานคุมบาร์เซโลน่า ที่โค้ชคนไหนคุมก็แชมป์ ?

เป๊ป เริ่มต้นอาชีพกุนซือจากโค้ชทีมเยาวชนบาร์เซโลน่า ก่อนก้าวสู่กุนซือชุดใหญ่ในปี 2008 พร้อมพาทีมประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์ลาลีก้า สเปน 3 สมัยติดต่อกัน พร้อมคว้าแชมป์โกปาเดลเรย์ 1 สมัย และครองเจ้ายุโรป ยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีก 2 สมัย ซึ่งหลากหลายความเห็นมองว่า ใครคุมบาร์ซ่าชุดนี้ก็คงได้แชมป์ เพราะด้วยผู้เล่นที่มีคุณภาพมากมายในทีม

ซึ่งก่อนหน้าที่เขาจะเข้ารับงานกุนซือ ให้กับ บาร์เซโลน่า ทีมไม่สามารถคว้าแชมป์อะไรเลยมาถึง 2 ฤดูกาลติดต่อกัน แถมยังจบอันดับ 3 ในลีก พร้อมมีคะแนนตามหลังแชมป์อย่าง “ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริดถึง 18 คะแนน อีกด้วย

ทว่าสิ่งที่โต้แย้งแนวความคิดที่ว่า ใครคุมก็แชมป์ ได้ประจักษ์ขึ้นคือ ขณะที่ เป๊ป ย้ายจากทีมออกไป และทีมดัน “ติโต้” ผู้ช่วยโค้ชก้าวมาเป็นกุนซือใหญ่แทนเขาจนทำทีมคว้าแชมป์ลีกได้ 1 สมัย ต่อมา ติโต้ ลาออกเพื่อพักรักษาอาการโรคมะเร็ง ทีมจึงเปลี่ยนโค้ชเป็น มาร์ติโน่ แต่เขาทำทีมจบฤดูกาลด้วยมือเปล่า

นี่คือสิ่งยืนยันว่า บาร์เซโลน่า ไม่ใช่ทีมที่ว่าใครเข้าคุมแล้วจะคว้าแชมป์ได้เสมอไป

แค่กุนซือผู้สืบทอดความสำเร็จจากโค้ชคนก่อน

เป๊ป เข้ามากุมบังเหงียน บาร์เซโลน่า ในฤดูกาล 2008-2009 ในปีแรก เขารื้อทีมปรับจูนระบบมากมาย จากประเด็นที่หลายคนมองว่าเขา แค่เข้ามาสืบทอดความสำเร็จ ในทางตรงกันข้ามแล้วเขาเปลี่ยน บาร์ซ่าที่ตามหลังแชมป์ในฤดูกาลก่อนถึง 18 คะแนน ให้กลายเป็นแชมป์ ที่ทิ้งแต้มห่างอันดับสองในฤดูกาลต่อมาถึง 9 คะแนน

สิ่งที่ตอกย้ำความสำเร็จโดยขาดดาวดัง เป๊ป ขายสตาร์ดังก้องโลกของทีมในขณะนั้นอย่าง โรนัลดิญโญ่ และ เดโก้ รวมไป ถึงแบ็คขวาจอมบุก อย่าง ซามบรอตต้า ออกจากทีม

ด้วยการเป็นกุนซือที่ชาญฉลาด เขาตัดสินใจคว้าตัว เคราร์ด ปิเก้ มาในราคา 5 ล้านยูโร ดานี่ อัลเวส ราคา 29 ล้านยูโร อเล็กซานเดอร์ เคล็บ ราคา 11 ล้านยูโร ผลักดัน เซร์คิโอ บุสเกต จากทีมเยาวชนขึ้นมาทีมชุดใหญ่ พร้อมส่ง อันเดรียส อินิเอสต้า เข้ามาเป็นตัวหลักแทน เดโก้ และนี่คือสิ่งที่ เป๊ป บริหารจัดการขุมกำลังสำคัญสร้างทีมยุคใหม่เพื่อล่าแชมป์

เน้นเกมรุก ไม่สนเกมรับ

เหล่าแฟนบอล หรือแม่กระทั่ง กูรูนักวิจารณ์ มักชินตาทีมของเป๊ปว่า คือทีมที่เน้นแต่ครองบอลเพื่อทำเกมรุก  ทรงบอลเน้นบุกเพื่อชนะคู่แข่งเท่านั้น ไม่สนใจเกมรับแต่อย่าใด นั่นคือความเชื่อที่ผิด ในความจริงแล้วสถิติกลับโต้แย้งอย่างชัดเจนว่า การเน้นครองบอลของเขาคือการตั้งเกมรับไปในตัวเท่านั้นเอง

เป๊ป สืบทอดปรัชญาแผนการเล่นมาจาก โยฮัน ครัฟฟ์ อดีตตำนานนักฟุตบอลและโค้ชชื่อดังชาวฮอลแลนด์ ซึ่ง เป๊ป ได้กล่าวว่า “หากคุณไม่เสียการครองบอลเลย คู่แข่งก็จะไม่มีทางยิงคุณได้เด็ดขาด” นั่นคือการเล่นเกมรับในรูปแบบของเขา ซึ่งจะต่างจากการตั้งแผงรับทั่วไปอย่างที่เร เคยเห็นบางทีมตั้งแนวรับไว้ 2 ชั้น เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามเจาะเข้าทำ

ใครคุมก็แชม์ป

ยิงน้อยกว่าแต่แชมป์? เพื่อเป็นการตอกย้ำแนวคิด ของเป๊ป เราย้อนดูสถิติ ลาลีกา ฤดูกาล 2010-2011 บาร์เซโลน่า ของเป๊ปเสียประตูแค่ 21 ลูก แม้ยิงได้เพียง 95 ประตู ซึ่งทีมของเขายิงน้อยกว่า เรอัล มาดริด ที่ยิงได้ถึง 102 ประตู แต่ก็เสียไป 33 ลูก ทว่าทีมของเป๊ปเป็นแชมป์..แชมป์นะครับแชมป์ หากยังจำกันได้ โจเซ่ มูริณโญ่ คือ กุนซือ ของราชันชุดขาวในเวลานั้นและเขาคือยอดโค้ชที่ขึ้นชื่อในเรื่องเกมรับดีที่สุดคนหนึ่งในโลกอีกด้วย

ใครคุมก็แชม์ป

สไตล์เดิมเพิ่มเติมในลีกใหม่ เป๊ป ในยุคการคุมทีม “เสือใต้”บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึก บุนเดสลีก้า เยอรมัน เขาพาทีมจบฤดูกาล 2015-2016 ด้วยการเป็นแชมป์ลีกที่เสียประตูในลีกเพียง 17 ลูก นับเป็นการสร้างสถิติเสียประตูน้อยที่สุดในรอบกว่าสามทศวรรษ และ สถิตินี้ยังคือการเสียประตูน้อยกว่าฤดูกาล 2013 ที่ทีมเสือใต้กวาดแชมป์ทุกรายการ อย่าง บุนเดสลีกา , เดเอฟเบ โพคาล , ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพอีกด้วย

ผู้คิดค้นระบบติกิ-ตาก้า

สำนักข่าวชั้นนำสเปนเรียก ระบบแผนการเล่นฟุตบอลของ เป๊ป ว่า ติกิ-ตาก้า เลยเทิดเป็นคำเรียกติดหูกันทั่วโลก จนเขาได้เขียนผ่านหนังสืออัตชีวประวัติของเขาว่า “เขาเกลียดมัน” ติกิ-ตาก้ามันคือการส่งบอลไปมาอย่างไร้จุดหมาย

ใครคุมก็แชม์ป

ในความเป็นจริงแล้ว เป๊ปไม่ได้เป็นผู้คิดค้นมัน สำนักข่าวต่างหากที่เป็นผู้นิยามมัน ฟุตบอลของเป๊ปไม่ใช่รูปแบบ ติกิ-ตาก้า แต่คือการครอบครองไม่ให้เสียบอลให้คู่แข่ง และ หากเสียบอลแล้วต้องพยายามไล่แย่งบอลกลับมาให้ได้เร็วที่สุด จากนั้นเน้นการเข้าทำทำตามรูปแบบ “โททัล ฟุตบอล”

“โททัล ฟุตบอล”คือการที่ผู้เล่นทุกคนสามารถสลับทดแทนตำแหน่งกันได้ในขณะที่เพื่อนเสียตำแหน่ง นักเตะจะไม่มีตำแหน่งตายตัว เสมือนการเคลื่อนที่แบบฟุตซอล หมุนเวียนไปเรื่อย ”

ใช้กองหน้าตัวเล็ก เน้นบอลกับพื้น

จะเห็นได้ว่า เป๊ป เน้นการครองบอลส่งบอลกับพื้นเป็นหัวใจในสไตล์ของเขา จนชินตาว่าเขาชอบเน้นให้ลูกทีมส่งบอลกับพื้นและชอบกองหน้าตัวเล็กที่มีความเร็ว ทว่าความจริงเป๊ปกลับมองกองหน้าตัวใหญ่ ที่เล่นเข้ากับระบบของเขามากกว่า

ใครคุมก็แชม์ป

เป๊ป ได้แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ชอบแผงกองหน้าที่ตัวเล็กเท่านั้น เพราะเขาตัดสินใจขาย ซามูเอล เอโต้ และคว้าตัว ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่รูปร่างสูงใหญ่ เข้ามาในฤดูกาลที่สองเมื่อตอนคุมบาร์ซ่า เพราะเขามีความเป็น Perfectionism เป๊ปจึงเลือกความสมบูรณ์แบบครบเครื่อง จากกองหน้าตัวใหญ่ จ่ายบอลดี เล่นบอลกับพื้นได้ มีความเร็วไม่มาก สามารถยิงได้ทุกรูปแบบ อย่าง อิบราฮิโมวิช

ราคาบอล

สไตล์เดิมไม่มีแผนอื่น นอกเหนือจากเคาะบอลไปมา

หลากหลายความคิดเห็นที่มองว่าเขาคือ “กุนซือแผนเดียว” จากสไตล์การเข้าทำแบบเดิมไม่หลากหลาย นอกจากการเคาะบอลถ่ายบอลไปมาตามช่อง หรือเน้นความสามารถเฉพาะตัวของ เมสซี่ เลี้ยงแหวกไปเข้าทำ ไม่เน้นการโยนบอลข้ามฝั่ง ถ่ายบอลริมเส้นแล้วเปิดเข้ากลาง หรือตั้งรับในแดนตัวเองแล้วสวนกลับ

เป็นที่ทราบกันว่า เป๊บ เติบโตมากับฟุตบอลในสไตล์บาร์ซ่า ของโยฮัน ครัฟฟท์ นั่นคือการเล่นเกมรุกแบบ โททัล ฟุตบอล และรูปแบบนี้ เขาซึมซับมาเด็กจนโต ไม่แปลกเลยว่าทำไมเขาจะชอบทรงบอลนี้เป็นพิเศษ

สูตรบาคาร่า | SA GAMING | บาคาร่าsa

เน้นคุมทีมใหญ่

ไม่แปลก? หากย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ เป๊ป ทำหน้าที่โค้ชทีมเยาวชนให้กับ บาร์เซโลน่า แล้วประธานสโมสรมาบอกให้คุณทำหน้าผู้จัดการทีมชุดใหญ่ แน่นว่า เป๊ปคงไม่ทิ้งโอกาสนั้น

ใครคุมก็แชม์ป

อีกทั้งผลงานอันสวยหรูของ เป๊ปกับบาร์ซ่า ดันไปเตะตา เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค จนยื่นข้อเสนอพร้อมเงินเดือนที่สูงลิ่วมาให้พิจารณา หาก เปรียบเทียบกับ ทีมนอริชซิตี้ ยื่นข้อเสนอมาพร้อมเงินเดือนอันน้อยนิด ไม่แปลกเลยที่เป๊ปจะเลือก บาเยิร์น และคงจะปฏิเสธประเด็นนี้ไม่ได้ ในเมื่อมีแค่สโมสรใหญ่เท่านั้นที่สามารถยื่นข้อเสนอให้เขาได้ตามผลงานของเขา

ชนะ 6 เกมติด อยากแพ้บ้าง

หากยังจำกันได้ เมื่อตอนเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกปี 2016 เป๊ป เข้ารับตำแหน่งกุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมผลงานชนะ 6 เกมติดในลีก จนมีกระแสข่าวลือว่า เป๊ปชื่นชมกับชัยชนะของตนเองอย่างออกหน้าออกตา และอยากจะลองทำทีมให้แพ้ดูสักครั้งบ้าง ซึ่งกระแสดังกล่าวแท้จริงแล้วเป๊ปพูดแบบนั้นจริงหรือ

แท้จริงแล้ว บทสัมภาษณ์จากนักข่าว ที่ถามถึงการที่เขาทำทีมชนะรวด 6 นัด แล้วจะสามารถทำทีมคว้าแชมป์แบบไล้พ่ายจนได้แชมป์เลยไหม เป๊ปตอบไปว่า  “What the fuck! มันเป็นไปไม่ได้..สักวันหนึ่งเราต้องแพ้ เราไม่สามารถชนะติดต่อกันได้ทุกนัด อีกเรื่องการที่ทีมแพ้บ้างมันคือการชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่อง เพื่อเราจะได้ปรับแก้ไขมันเพื่อเป้าหมายแชมป์ให้ได้ในที่สุด ”

กนุซือผู้เย่อหยิ่งคิดว่าตัวเองเก่งที่สุด

หลายคนมองว่า เป๊ป คือกุนซือผู้หยิ่งผยอง เสพติดความสมบูรณ์แบบ แต่ในทางตรงข้ามแล้ว หากเจาะลึกถึงนิสัยของเขาแล้วแตกต่างจากหลายคนมองอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นนักฟุตบอลแล้ว เขาเป็นกัปตันทีมที่มีระเบียบวินัยสูง มีภาวะความเป็นผู้นำ ของบาร์เซโลน่า และเป็นที่รักของแฟนบอลทุกคน

ใครคุมก็แชม์ป

สิ่งที่ยืนยันได้ถึงความที่ไม่ชั่ยคนที่เย่อหยิ่ง แต่เป็นคนที่ยึดมั่นในกฏระเบียบและเขาไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่งเลยสักนิด อีกทั้งยังคิดว่าตัวเอง “ขาด” และ ผู้ที่จะยืนยันความ ยึดมั่นเด็ดขาดของ เป๊ป ได้ก็คือ “เธียร์รี่ อองรี.”

อองรี.เปิดเผยผ่านสื่อว่า เมื่อสมัยที่เขาค้าแข้งที่บาร์เซโลน่า ในขณะนั้น “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” ทำหน้าที่ ผู้จัดการทีมที่นั่น อองรี จำเหตุการณ์ได้ดีจนถึงปัจจุบัน

“อองรี ทำในสิ่งที่โค้ชทุกคนต้องการ ได้ ในเกม แต่ทว่าสิ่งที่เขาทำนั้นไม่เป้นไปตามคำสั่งของเป๊ป เลย ซึ่งเกมนั้นเป๊ปออกคำสั่งว่า หน้าที่ของผมคือการนำบอลไปยังพื้นที่สุดท้ายของฝ่ายตรงข้ามให้ได้และนั่นคือหน้าที่ของผมที่ได้รับมอบหมาย เป๊ปได้ย้ำผมว่าเมื่อบอลไปถึงที่นั้นแล้วทีมของเราจะเป็นฝ่ายชนะ..ถ้าคุณไม่ทำในสิ่งที่ผมร้องขอ แน่นอนว่าคุณจะต้องเดือดร้อนแน่ เป๊ป ต้องการให้ทุกคนเคารพในแผนของเขา

เกมดำเนินไป ผมไม่ทำตามคำสั่งของเขาเลย ผมได้ยินเขาตะโกนด่าผมอยู่ข้างสนาม..ผมไม่สนใจเขาเลยสักนิด..ผมเลี้ยงเข้าไปยิงประตูได้สำเร็จ..จากนั้นเขาสั่งเปลี่ยนตัวผมออกทันทีตั้งแต่ยังไม่หมดครึ่งแรก” อองรี ยืนยันถึงตัวตนของ เป๊ป

แท้จริงแล้ว เป๊ป เพียงแค่พยายามให้ลูกทีมเล่นไปตามแผนที่เขาวางเอาไว้ หากสังเกตดูนักเตะที่ชื่อฟังและพยายามปรับตัวให้เข้ากับการทำงานของเขา ส่วนมากจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกลับอย่างเช่น  ราฮีม สเตอร์ลิ่ง,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์,โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และทั้งหมดนี้คือชัดเจนในฐานะผู้เล่นที่เชื่อฟังคำสั่งของ เป๊ป

ความสนุกสุดท้าทาย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2020

เปลี่ยนโฉมกฎล้ำหน้า
วิกฤติแฟร์เพลย์
บาดแผลที่ได้รับการเยียวยา
สุดฮา
เดินหน้าสร้างสถิติ
แชมป์แล้วตกชั้น
เปิดผลงานยอดทีม
10 ลูกยิงสุดสวย